5df4d3060ee3981b531a0fcaee6b5f37.jpg
ค้นหา
  • MammyMay

เรื่องราวของเด็ก #คลอดก่อนกำหนด

อัพเดตเมื่อ: 3 มิ.ย. 2019

"เรื่องราวของเด็ก #คลอดก่อนกำหนด " ของ น้องปุณณ์..ยาวหน่อย แต่อยากให้อ่าน เพื่อเป็นความรู้ ระมัดระวัง และเป็นกำลังใจ ประมาณเที่ยงคืนนิดๆซึ่งข้ามมาวันที่ 21 มิถุนายน 59 แม่เมลุกเข้าห้องน้ำ แต่ตอนยืนนี่สิ จู่ๆน้ำไหลนอง เหมือนฉี่แตก แต่ไม่ได้ฉี่นะ งง แล้วมันคืออะไร หรือเพราะเราง่วง 555+ ยังคิดไม่เยอะ เลยเดินเข้าห้องน้ำ ก็ยังฉี่ได้ปกติ แต่พอยืนอีกรอบ ก็ไหลอีก เลยตะโกนเรียกปะป๊าว่า เหยยยย มีน้ำไหลออกมาเองเหมือนกลั้นฉี่ไม่อยู่อ่ะ ปะป๊าก็บอกว่า คิดมาก ให้นอนพักก่อน ส่วนแม่เมก็นอนไม่ได้ไง เริ่มกังวล นึกถึงละครที่พี่แอน ทองประสมเล่นกะพี่เคน ธีรเดช ที่เค้าท้องแล้วน้ำคล่ำแตก พยายามสงสัยว่าเหมือนกันมั้ย แค่ไม่มีเสียงโพล๊ะ! แค่นั้น นอนอ่านพันทิพย์มาเรื่อยๆ ก็ไม่ชัด โทรถามคุณยาย คุณยายก็ไม่เคยน้ำคล่ำแตก ตี3 นอนไม่หลับ ปลุกปะป๊าไปฉุกเฉินละ กังวลสุดละ (ดีที่แพ็คของ แอบซื้อของไว้แล้ว) ใจลึกๆก็คิดว่า แค่31W คงไม่คลอดมั้ง คงแค่กลั้นฉี่ไม่อยู่ แต่ทำไมวันนี้มือเท้า แขน ขา บวมกว่าปกติจริงๆ รึว่า...

พอมาถึงรพ.เอกชนที่แม่เมได้ฝากครรภ์ คุณหมอและพยาบาลห้องฉุกเฉินเช็คอาการ พร้อมสายรอบพุงเพื่อฟังอัตราการเต้นหัวใจ สรุปคือ น้ำคล่ำไหลจริง รอคุณหมอฝากครรภ์มาตรวจอีกที เมื่อคุณหมอ(สุดหล่อ)ที่ฝากครรภ์ด้วยมา ก็ตรวจและแจ้งแม่เมตรงๆว่า น่าจะต้องคลอดก่อนกำหนด น้ำที่ไหลมาคือน้ำคล่ำซึ่งน่าจะถุงรั่ว น้ำคล่ำจะคล่อยๆลดลงๆซึ่งจะไม่มีผลดีกับเด็กแน่นอน คุณหมอได้ฉีดยากระตุ้นปอดให้แล้ว1เข็มและจะฉีดห่างกัน12ชม. ให้ครบ4เข็ม เท่ากับภายใน48ชม. มี2ทางเลือกในการคลอดคือ ยังไงก็ต้องผ่าคลอด เพราะอายุครรภ์แค่31W 1. คลอดที่รพ.นี้เหมือนเดิม แต่อาจจะต้องเป็นอีกสาขา เพราะทางนั้นอุปกรณ์ทางNICUเด็กจะพร้อม ทั้งคุณแม่และลูกจะต้องมีคุณหมอใกล้ชิด แต่ราคาค่ารักษาอาจจะสูงนะครับ บางรายหลักแสน บางรายหลักล้าน 2. คลอดที่รพ.รัฐ อุปกรณ์พร้อม คุณหมอดูแลเคสแม่พร้อม คุณหมอดูเคสลูกก็พร้อม ใช้สิทธิ์คลอดและบัตรทองได้ แต่คุณหมอไม่สามารถช่วยติดต่อให้ได้ ต้องรบกวนทางคุณแม่หารพ. แล้วทางเราจะส่งตัวให้เรียบร้อยถึงห้องที่โน่นเลย สรุป คุณยายติดต่อจนได้ที่รพ.รัฐ ที่คุณหมอและห้องNICUตอบรับ ซึ่งอยู่ในช่วง12ชม.ในการตามหา แม่เมก็ฉีดยากระตุ้นปอดไปเข็มที่2

ระหว่างทางการส่งตัวด้วยการขึ้นรถโรงพยาบาลครั้งแรกของชีวิตแถมเปิดไฟหว๋อฉุกเฉิน OMG! เลยถามคุณหมอที่มากับรถว่า ปิดไฟหว๋อได้มั้ยคะ แม่เมเกรงใจอ่ะ มันแปลกๆไงไม่รู้ คุณหมอตอบพร้อมยิ้มว่า ไม่ได้ค่ะแม่ เคสเราฉุกเฉิน น้ำคล่ำไหลออกเรื่อยๆอันตรายนะคะ ภาวนาให้ทุกคนหลีกทาง ยิ่งถึงเร็วเท่าไหร่ อันตรายกับคุณแม่และน้องจะน้อยลง... . เมื่อส่งตัวมาถึงรพ.รัฐ แน่นอนว่าบรรยากาศต่างกับเอกชนคนละขั้วเลย เอกชนจะทำทุกอย่างให้ เช่นปวดฉี่ พยาบาลจะวางถอดฉี่ให้ เช็ดให้เรียบร้อย อุปกรณ์ครบ แต่...รพ.รัฐ แม่เมต้องเอื้อมมือไปหยิบเอง พยายามวางถาดเอง ยิมนาสติกมากๆ555+ และทิชชู่ต้องซื้อมาเช็ดเอง อ่อ...ลืมบอก เคสนี้ห้ามลุกฉี่ ลุกไปไหนเลย ต้องนอนนิ่งๆเท่านั้นและไม่สามารถเจอญาติได้ แถมมือถือก็ห้าม นอนน้ำตาซึมไป กลัวผีไป ในใจก็นึกถึงยายฑวดขอให้คุ้มครองลูกหลาน วันที่22มิถุนายน 59 ยากระตุ้นปอดเข็มที่3และ4ตามมาในช่วง12ชม.และ12ชม.ต่อมา สรุป เราอยู่ในช่วงระทึก48ชม.กว่าๆ น่าจะ 50ชม.ได้ ซึ่งระหว่างทางคุณหมอที่มาดูแลเคสเดินมาเยี่ยมแล้วตรวจ ก็ฟันธงว่า คลอดพรุ่งนี้ คิวแรก เลขสวยๆ และบอกแม่เมว่า ยังไงก็ปลอดภัยนะลูก ถึงมือหมอแล้วนะ บอกเลยนะตอนนั้นน้ำไหลแบบไม่ทันตั้งตัวทั้งกลัวทั้งเครียดทั้งดีใจ

เช้าตรู่วันที่ 23 มิถุนายน 59 ก็มาถึง...คิวแรกก็ต้องเช็ดตัวเปลี่ยนชุดสวยรอคลอด กรรมาวิธีไม่ยาก หลับตาแล้วนึกถึงปลาทูน่าที่รอหั่น 555 พอถึงเวลาผู้ช่วยพยาบาลมาย้ายแม่เมไปอีกเตียง เพื่อเข้าห้องเตรียมคลอด ห้องนั้นเย็นมาก มากจนชา ก็จะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลมาจัดระเบียบชุด ใส่ท่อฉี่ ใส่หมวก โกนขนให้เรียบร้อยแล้วเข็นเข้าห้องจ้าาาาาา ในห้องคลอดเจ้าหน้าที่เยอะมาก จะมีหมอวิสัญญาญีเข้ามาคุยทักฮาๆ แล้วบอกวิธีการทำงานของการบล็อคหลัง บอกปุ๊บก็โค้งตัวให้ฉีด บอกเลยว่า ไม่เจ็บค่ะ งงด้วยฉีดแล้วงี้ สักพักอาการเริ่มงงๆง่วงๆ หมอก็เริ่มร้องเพลง เสียงที่แม่เมได้ยินคือ เหมือนเวลาทำฟัน ได้ยินเสียงเครื่องขูดหินปูนอื๊ดๆ แต่ไม่เจ็บ รู้แค่ร่างกายเคลื่อนเบาๆ สักพักได้บินเสียงเด็ก...ร้อง "แฮ่!" 555 แค่นั้นจริงๆ คุณหมอก็บอกว่า หมอต้องรีบพาไปทำความสะอาดและไปห้องNICUต่อนะ ไว้ไปหาเค้าอีกที หลังจากนั้น ทุกอย่างก็มืดลง . ตื่นอีกทีก็ห้องพัก ที่มีปะป๊า และคุณยายนั่งรอ อาการจะงงๆสติไม่ได้ หัวทิ่ม แต่จะค่อยๆฟื้น วันแรกยังไม่สามารถทนอะไรได้ นอกจากน้ำซุปปปปปปปป บอกเลยว่าหิวมากกกกกก ระหว่างรอฟื้น คุณยายก็ลิสชื่อใหม่ให้หลานประมาณ100กว่าชื่อ พร้อมปรึกษาพระและญาติ จบที่แม่เมกะปะป๊าคัดและได้ชื่อ ปุณณวิช(น้องปุณณ์) = เปี่ยมไปด้วยความรู้ เลยถามคุณยายและปะป๊าว่า ทันได้เห็นตอนพยาบาลเข็นออกจากห้องคลอดมั้ย ทั้งคู่บอกว่า มีคนนึงแต่ตัวคล้ำๆคิดว่าไม่ใช่ และไม่มีใครเรียกเลยไม่เห็น(นั่นแหละค่ น้องปุณณ์ ตัวเหี่ยวๆคล้ำๆในวันคลอด) . คนแรกที่ได้เห็น้องปุณณ์คือ ปะป๊าค่ะ จากคำเล่าคือ ตัวเล็กมาก น้ำหนักแรกเกิด 1950 กรัม มีท่ออ๊อกซิเจนที่เราซื้อใหม่ให้รพ.ไว้ใช้สำหรับปุณณ์และบริจาครพ.ต่อ มีไซริ้งไว้ป้อนนม ซึ่งคุณหมอให้ปั๊มนมทันทีหลังคลอด . วันต่อมา วันที่ 24 มิถุนายน 59 แม่เมยังคงลุกไม่ไหว มันเจ็บตรงแผลมากๆ บวกกะเตียงมันไม่รองรับสรีระด้วย วันนี้เลยลงไปหาลูกไม่ไหว ถอดท่อฉี่ออกแล้ว ก็ต้องพยายามเดินไปเข้าห้องน้ำเอง นึกสภาพตัวแหลกจนยืนไม่ขึ้นออกมั้ยคะ มันแบบนั้นเลย พยาบาลบอกว่า ถ้าเดินเองไม่ไหว อย่าเพิ่งมาหาลูก (เจตนาเค้า อยากให้เราฟื้นเร็ว แต่ต้องดุ งืออออออ) จบอีกวันที่เศร้าๆได้แค่ฟังคำเล่าจากปะป๊าที่ไปเยี่ยมตามรอบเวลาเท่านั้น . วันที่ 25 มิถุนายน 59 หลังจากได้ผ้ารัดเอว(ผ้าพยุงตัวแบบตีนตุ๊กแก) ทำให้ชีวิตทรงตัวได้ดีขึ้น เดินได้ และเดินไปหาลูกที่NICUได้ ตอนแรกแม่เมก็ไม่รู้ว่า น้องปุณณ์อยู่ในห้องที่เฝ้าระวังแยกจากNICUปกติ พอไปถึง เห็นแค่ 3 ตู้ แต่ละตู้ตัวเล็กเท่าลูกแมว ลูกแมวจริงๆ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า เอามือไปกดแอลกอฮอล์ก่อนสอดมือเข้าไปจับแล้วคุยกะลูก..."คุณแม่มาแล้วนะ เป็นไงบ้างลูก ขอโทษด้วยนะ แม่รักหนูนะลูก" น้องปุณณ์มีขยับตัวเบาๆเหมือนจะคุ้นเสียงแม่ "วันนี้คุณแม่ได้รับอนุญาตเยี่ยมแป๊บเดียว แต่คุณแม่จะมาหาหนู เอานมมาให้หนูทุกมื้อนะลูก รีบย้ายไปอยู่อีกห้องเร็วๆนะ อยากอุ้มมากๆเลย" แล้วน้ำตาก็ไหลนองเต็มหน้า . วันที่ 26 มิถุนายน 59 แม่เมได้กลับบ้าน แต่น้องปุณณ์ต้องอยู่ในNICUต่อ หดหู่มาก เดินไปบอกลูกก่อนกลับว่า "คุณแม่ต้องกลับบ้านก่อนนะ แต่จะมาหาหนูทุกวันนะครับลูก" . วันที่ 28 มิถุนายน 59 ในขณะที่แม่เมกำลังเยี่ยมน้องปุณณ์ คุณหมอประจำเคสน้องปุณณ์ก็เข้ามาคุย น้องปุณณ์ได้ออกจากห้องวิกฤติของNICU มาห้องNICUปกติแล้ว ดีใจน้ำตาไหลโทรบอกทุกคน ไลน์บอกเพื่อน โพสลงเฟส สารพัดความดีใจ เพราะนั่นแปลว่าเค้าแข็งแรงขึ้น ใกล้จะได้อุ้มแล้ว

วันที่ 11 กรกฎาคม 59 คุณหมอให้กลับบ้านได้ น้องปุณณ์ใช้เวลาอยู่ในNICU ทั้งหมด 19 วัน และ ร่างกายแข็งแรงขึ้น กินนมแม่เก่งมาก ที่รพ.นี้เน้นนมแม่ล้วนค่ะ จะมีคลาสสอนแม่หลังคลอดบำรุงตัวเอง นวดนม อะไรที่ต้องระวัง แม้แต่การอาบน้ำ การอุ้มค่ะ พอนมช้อต พยายาลจะสอนนวดนม จะช่วยบีบจนกู้น้ำนมมาได้ และหินสุดคือ ทางห้องนี้เค้าจะมีสอบคุณแม่ด้วยนะคะ ทั้งปากเปล่าเอย กากบาทเอย ปฏิบัติเอย เพื่อวัดความพร้อมการพาลูกกลับบ้าน ดีมากๆค่ะ แม่เมมั่นใจเพราะจุดนี้จริงๆ

จากวันนั้น ถึงวันนี้ ทั้งร่างกายและพัฒนาการของน้องปุณณ์เท่ากับเด็กปกติทั่วไปแล้วนะคะ เค้าไม่ช้าแต่เค้าพลังเยอะมาก และเป็นเด็กที่ร่าเริงแจ่มใส เป็นที่รักของทุกคน แม้ในช่วงปีแรก จะป่วยแอดมิดบ่อยหน่อยเพราะปอดอาจจะไม่แข็งแรง แต่แม่เมและทุกคนในบ้านช่วยกันพาเค้าทำกิจกรรมกระตุ้นพัฒนาการอย่างใกล้ชิด #Montessori เป็นหนึ่งในนั้นที่แม่เมทำเพื่อช่วยปุณณ์และมันก็ได้ผล รวมทั้งทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ร่างกายเค้าแข็งแรง ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือในวันนั้น พวกเรา แม่เมและน้องปุณณ์ผ่านจุดนั้นมาได้ด้วยความช่วยเหลือและกำลังใจอันเปี่ยมล้นค่ะ . มีหลายคนสงสัยว่า อะไรที่กระตุ้นให้คลอดก่อนกำหนด ตอบคือ ในช่วงอาทิตย์ที่จะคลอดนั้น แม่เมทำงานหนักมากเพื่อเคลียร์งานให้จบเร็วๆแทนหัวหน้า เดินทางVisitงานหลายที่ สุดท้ายอยากฝากไว้สำหรับแม่ๆและคนรอบข้างค่ะว่า คนท้องเนี่ย ไม่ใช่จะแข็งแรงทุกคนนะคะ แม้จะดูแข็งแรงมากๆก่อนท้องก็ตาม ทำงาน เท่าที่ไหว อย่าบ้าพลัง อย่าทำอะไรเกิน ห่วงอีกคนในท้องเยอะๆค่ะ เกิดอะไรขึ้นไม่คุ้มเลย แม่บางคนไม่ได้โชคดีแบบแม่เมที่พวกเราทั้งคู่ปลอดภัย เด็กบางคนได้รับผลจากการคลอดเร็วไปก็มี ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ ยาวมาก แต่เล่าให้ละเอียดเลย

ดู 20 ครั้ง

The Little Big Things | thelittlebigthingsbkk@gmail.com